วานนี้ (30 พ.ย. 65) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า จีนเทาเหิมเกริม “หลิน หลง” คือนามเรียกขานชายจีนเทาคนนี้ที่กล้าใส่ชุดทหารบกยศพันเอก หลอกคนจีนด้วยกันที่มาประเทศไทยว่า ใช้เงินซื้อทุกอย่างได้หมด ประวัติ ทำบ่อนคนจีน ขายยา บ้านใหญ่โตหรูหราคู่กับนายตู้ห่าว

ปัจจุบันนี้หนีออกจากไทยไปแล้ว เพราะ “ความชักช้าโอ้เอ้” ของหน่วยงานรัฐ ที่ทำตัวไม่ประสีประสาจนตัวใหญ่หนีหมด เหลือเพียงพวกลิ่วล้อเอาไว้เฝ้าบ้าน ที่แต่ละหลังจ่ายสดหลังละ 100 ล้าน หรือคอนโดยกชั้น แต่ไม่ใช่ชั้นเดียว สามสี่ชั้นจีนกวาดหมด

ตำรวจเพิ่งบุกบ้าน หลิน หลง ไป ข้อมูลอยู่ในแฟ้ม “ทะลวงจีนเทา” ของผม โดยพันไปถึงหลายหน่วยงานรัฐที่อ่อนแอ ปวกเปียก ทำงานอืดเป็นเรือเกลือ จนทำให้ไทยเป็น “ศูนย์กลางจีนเทา” ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อดึงทุนจีนมาฟอกในไทย ด้วยการฝ่าฝืนกฎหมายทุกรูปแบบทั้ง ผับจีน บ่อนจีน ยาเสพติดจีน รวมทั้งการเปิดช่องให้ทำมาหากินที่ผิดกฎหมายหลายรูปแบบ

ใช้ไทยเป็นฐานปฎิบัติการ “จีนหลอกจีน” โดยอ้างสถาบันที่คนไทยนับถือ มาหลอกล่อให้เห็น “พาวเวอร์” ว่าใครใคร่ค้า ใครใคร่ขาย ได้ทุกอย่าง หากมีเงินเคลียร์ได้หมด

ความร้ายกาจที่ผมแสดงให้ดูเป็นเพียง “น้ำจิ้ม” งานนี้ผมขอแฉเพื่อ “ล้มกระดานทุนจีนสีเทา“ ว่าทำอย่างไร ไทยจึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางได้แบบนี้? งานแฉสุดคลาสสิคนี้ข้อมูลเบื้องลึกมีมาก จึงขอชี้แจงแถลงไขในวาระต่อไป

เรียกยุทธการนี้ว่า “ทะลวงจีนเทา ถอนรากตัดโคน”

วานนี้ (30 พ.ย. 65) พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังตำรวจตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต สมุทรปราการ ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา ส่วนอีก 1 จุดยังไม่เปิดเผย หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงทุนธุรกิจสีเทา

จังหวัดสมุทรปราการ

บ้านตู้ห่าว บางแก้ว ดีวาลักซ์รีสอร์ต (ให้คนจีนที่บินมา ได้พัก เพราะอยู่ใกล้สนามบิน) โมเดิร์นเจม (ห้าง 80 ไร่) ขายสินค้าต่างๆ แต่ไม่พบสินค้า เหลือแต่ตู้โชว์

นางยุพิน ผู้ดูแล ได้ให้การว่า โควิดระบาดหนัก บริษัทเลยปิดตัว พนักงาน 300 คนตกงาน เหลือแต่ตนเอง และคนงานที่ดูแล ซึ่ง 70% เป็น นนท.คนจีน

ภูเก็ต

เมื่อช่วงสายวานนี้ (30 พ.ย. 65) เจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น กองปราบปราม ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธรภาค 8 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น ได้สนธิกำลังกว่า 100 นายนำหมายค้นเข้าตรวจค้นและอายัดทรัพย์สินเครือข่าย “ตู้ห่าว” จำนวน 8 เป้าหมาย

เช่น บริษัท โรยัล ปาร์ค ภูเก็ต จำกัด ตั้งอยู่หมู่ 4 ต.วิชิต อ.เมือง ซึ่งเป็นสวนงูและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงู และที่โมเดิร์น เจมส์ ภูเก็ต ซึ่งเป็นโชว์รูมจิวเวอรี่ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.วิชิต อ.เมืองเช่นเดียวกัน โดยมีการยึดและอายัดทรัพย์จำนวนหนึ่งไว้ตรวจสอบ

ทั้งนี้ แต่ละสถานที่ที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจะมีทั้งโชว์รูมจิวเวอรี่ โชว์รูมจำหน่ายยางพาราสำเร็จรูป สถานที่โชว์งู-ขายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงู เป็นต้น โดยแต่ละสถานที่นั้นใหญ่โตมโหฬาร มีเนื้อที่นับสิบไร่ ตัวอาคารสร้างอย่างสวยงาม มูลค่านับร้อยล้านบาท ส่วนรายละเอียดทรัพย์สินที่ได้ตรวจยึดและอายัดแต่ละสถานที่นั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด

เมื่อวานนี้ (30 พ.ย. 65) พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะ พร้อมด้วยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เดินทางมายังท่าอากาศยานหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อตรวจสอบและยึดอายัดทรัพย์ นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ นายตู้ห่าว เครือข่ายทุนจีน โดยหลังจากที่ ป.ป.ส มีคำสั่งยึดอายัดเครื่องบิน มูลค่ากว่า 150 ล้านบาท ของนายตู้ห่าว ซึ่งจอดอยู่ที่ สนามบินบ่อฝ้าย อ.หัวหิน ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา

ภายหลังจากที่ ป.ป.ส.ตรวจสอบข้อมูล จนพบหลักฐานสำคัญ เป็นข้อมูลในเอกสารซึ่งปรากฏชื่อ นายตู้ห่าว เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ซึ่งซื้อขายเครื่องบินลำดังกล่าวในนามชื่อบริษัทฯด้วย จึงถือว่าเป็นทรัพย์สินผู้ต้องหา ป.ป.ส.จึงดำเนินการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากนั้นยังมีรายงานด้วยว่า ป.ป.ส.ยังได้ยึดอายัดทรัพย์สินอื่นๆ เพิ่มเติมอีกหลายรายการ ทั้งบัญชีเงินฝาก และเอกสารที่ดินอีกหลายสิบแปลง รวมมูลค่าทรัพย์สิน ที่ยึดอายัดกว่า 400 ล้านบาท

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ขยายผลพบความเชื่อมโยงระหว่างตู้ห่าวกับเครื่องบินลำดังกล่วา จึงต้องยึดไว้ตรวจสอบ โดยทางป.ป.ส.ได้มีหนังสือคำสั่งยึดไว้ตามอำนาจ โดยจะมีการตรวจหาดีเอ็นเอ ใช้สุนัขดมกลิ่นหายาเสพติด และดูว่าใครนั่งเครื่องลำดังกล่าวบ้าง ในเรื่องของการสืบสวนของทางพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ดำเนินการไปไกลแล้ว ซึ่งการตรวจสอบและนำผลตรวจซึ่งเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบในสำนวนเพื่อให้ได้ความถูกต้องรัดกุม

วันนี้ (30 พ.ย.) ได้ยึดทรัพย์ตู้ห่าวกว่า 4 พันล้าน รวมที่ยึดไปก่อนหน้านี้ก็ 5 พันล้านบาท โดยพบเครือข่ายนอร์มินีมากมาย มีการตรวจค้นบ้านและบริษัทที่ทำทัวร์ศูนย์เหรียญ มีรถกว่าร้อยคันด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://ch3plus.com/news/pr-news/morning/322796
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)
วันที่ 1 ธันวาคม 2565
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus : https://ch3plus.com/news/programs/morning
facebook : https://www.facebook.com/MorningNewsTV3
Twitter : https://twitter.com/MorningNewsTV3
YouTube : https://cutt.ly/MorningnewsTV3

#3PlusNews #Ch3Plus #ข่าวช่อง3

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *