วานนี้ (23 พ.ย.) นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล เดินทางมายังอาคารรัฐสภา นำชาวบ้านย่านพระโขนงที่ถูกดำเนินคดีจากเจ้าหน้าที่โดยมิชอบฐานบุกรุก กรณีข้อพิพาทที่ดิน โดยร้องเรียนต่อ คณะกรรมาธิการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายสุทา ประทีบ ณ ถลาง รองประธาน กมธ.ป.ป.ช. เป็นผู้รับหนังสือ

ก่อนที่นายสันธนะ จะเดินทางมาถึงบริเวณจุดยื่นหนังสืออาคารรัฐสภา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต ส.ส. ที่เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายสันธนะ ได้มายืนรอพบนายสันธนะ

และทันทีที่นายสันธนะ ปรากฏตัว นายชูวิทย์ ได้ตะโกนถามว่า “ใส่กระโปรงมาหรือเปล่าให้ถอดมาเลย จะเดินหนีทำไม ชอบตีกินไปเรื่อย เก่งทุกอย่าง รู้ทุกเรื่อง และขอให้นายสันธนะเดินเข้ามาหาตนเอง สัญญาต่อหน้าตำรวจว่าไม่ทำอะไร ไม่ต้องกลัว ทำต่อหน้าดีกว่า อย่าเก่งลับหลัง” แต่นายสันธนะ ไม่ได้เดินเข้าไปหา นายชูวิทย์ เพียงยืนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนห่างกันในระยะ 10 เมตรเท่านั้น ท่ามกลางตำรวจจาก สน.บางโพ และตำรวจประจำรัฐสภา ยืนกั้นกลางเพื่อป้องกันการเผชิญหน้า

จากนั้นนายสันธนะ ได้ให้สัมภาษณ์ ยืนยัน ไม่ได้ตั้งใจตามนายชูวิทย์ มาที่อาคารรัฐสภาเพื่อยั่วยุ แต่มีนัดหมายล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่ส่วนตัว เชื่อว่านายชูวิทย์ก็ทราบ ว่าการเดินทางมาที่รัฐสภา เจ้านาทีไม่ปล่อยให้เกิดการปะทะกันอยู่แล้ว

“ตนให้เกียรติเจ้าหน้าที่ที่ใส่เครื่องแบบมา และนี่คือรัฐสภา ผมให้เกียรติสถานที่ มันคงเกิดการเผชิญหน้าไม่ได้ ถ้าอยากเจอคงไม่ต้องมาเจอที่นี่ ตรงไหนมันแอบเจอกันได้ และ หากวันไหนเกิดเหตุอะไรกับเขาขึ้น ไม่ใช่ตน เพราะมีคนไม่พอใจเขาแทนผม” นายสันธนะ ระบุ

ส่วนการมายื่นหนังสือในเวลาไล่เลี่ยกัน ไม่ใช่ความตั้งใจใช่หรือไม่ นายสันธนะ กล่าวว่า เรื่องเวลาสามารถคาดเคลื่อนได้จากปัญหาการจราจร และที่มาเวลาใกล้เคียงกันเป็นเรื่องบังเอิญ (เสียงสูง)

นายสันธนะ ยังกล่าวถึงการยื่นฟ้องนายชูวิทย์ว่า หลักฐานของนายชูวิทย์ไม่มีอะไรมีเพียงคำให้สัมภาษณ์กับสื่อ ต้องเข้าใจด้วยว่าตนเองทำงานมาก่อน ไม่ได้ใช้ปากอย่างเดียว

“เห่าก็เห่าไป การทำงานถ้าเราฟังแต่เสียงข้างถนน เห่าไปเห่ามา ไม่นานก็คงไม่สำเร็จดังนั้นตนไม่ได้ใส่ใจ ขอสังคมอย่ากังวล” นายสันธนะ กล่าว

นายสันธนะ ยังกล่าวถึง กรณีที่นายชูวิทย์ เปิดชื่อของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รู้จักกับนาย ตู้ห่าว นายทุนชาวจีน ว่า ก็ดีให้เขาเปิดเลย เขาจะได้รับผิดชอบ แต่ส่วนตัวต้องมีหลักฐานที่เป็นเอกสารราชการ และตนเชื่อว่า ร.อ.ธรรมนัส กับ นายตู้ห่าว รู้จักกัน พูดคุยกัน อยู่ในระดับพูดคุยกันได้

ส่วนจะพากันไปพบกับคนที่ชอบสะสมนาฬิกา หรือไม่ ตนคงตอบไม่ได้เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ยอมรับว่าตนเองกับ ร.อ.ธรรมนัส รู้จักกันตั้งแต่เป็น ยศ ร.ท. ทั้งนี้ยืนยันว่า ตนเอง นายตู้ห่าว และ ร.อ.ธรรมนัส ไม่เคยเจอหน้าพร้อมกัน 3 คน

นายสันธนะ กล่าวอีกว่า ตนเองพร้อมที่จะเข้าชี้แจงต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เพราะเตรียมหลักฐานมาพร้อมแล้ว อยากจะพิสูจน์อะไรก็ทำได้ “เสื้อผมก็ถอดได้ กางเกงผมก็ถอดให้คุณดู” อีกทั้งทุกอย่างนายชูวิทย์ กล่าวหา เป็นเรื่องส่วนตัวทั้งหมดสามารถพิสูจน์ได้ว่าใช่หรือไม่ใช่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูวิทย์ ได้ยืนรอนายสันธนะ ร่วม 40 นาที ก่อนเดินทางกลับ โดยไม่มีเหตุความรุนแรง โดยก่อนกลับ นายชูวิทย์ ได้แตะบ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและกล่าวชื่นชมที่มาดูแลรักษาความปลอดภัย ตนขอบใจมาก วันนี้คงไม่ต้องบอกว่าตนเป็นคนดีหรือใครเป็นคนเลว ขอให้คุณดูเอาแล้วกัน อย่างน้อยสังคมบ้าแบบนี้ ต้องมีคนที่พูดความจริง เอาเรื่องจริงมาพูด ไม่อย่างนั้นสังคมนี้จะอยู่ไม่ได้ คนแบบนี้ต้องจัดการ “พวกคุณจำไว้ว่าคุณมาช่วยผม ไม่ต้องห่วง ผมไม่ทำอะไรหรอก”

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://ch3plus.com/news/social/morning/321717
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)
วันที่ 24 พฤศจิกายน 2565
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus : https://ch3plus.com/news/programs/morning
facebook : https://www.facebook.com/MorningNewsTV3
Twitter : https://twitter.com/MorningNewsTV3
YouTube : https://cutt.ly/MorningnewsTV3

#3PlusNews #Ch3Plus #ข่าวช่อง3

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *