นางอังคนารัตน์ กลั่นมณี อายุ 45 ปี ที่หนีไปจากบ้านพร้อมกับสมุดบัญชีเงินฝาก หลังสามีถูกรางวัลที่ 1 ได้เดินทางกลับมาบ้านในช่วงเช้าเพื่อมาพบกับ นายมะนิช ปราณี อายุ 49 ปี ที่บ้านใน อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด

หลังทราบว่า สามีแจ้งความจับฐานยักยอกทรัพย์ เพื่อตกลงเจรจากันโดยได้ร่วมเดินทางร่วมกัน มายังสถานีตำรวจภูธรธวัชบุรี พร้อมลูก 2 คน เพื่อทำบันทึกถ้อยคำไว้เป็นหลักฐาน โดยนำเงินมาคืน 3.1 ล้านบาท ที่ยังเหลือในบัญชี พร้อมกันนั้นหลังจากคืนเงินได้แจ้งต่อพนักงานสอบสวนให้บันทึกปากคำ ขอแยกทางกับสามี ไม่ให้อยู่ในบ้านเด็ดขาด

โดยหลังจากบันทึกปากคำแล้ว จะตัดความสัมพันธ์โดยสิ้นเชิงโดยไม่มีข้อแม้ โดยหลังจากที่มอบเงินคืนให้แล้ว ก็ให้แยกทางกันทันทีให้ออกจากบ้านภายใน 3 วัน โดยไม่มีเงื่อนไข หากเข้ามาบุกรุกก็จะแจ้งความดำเนินคดีทันที เนื่องจากไม่มีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยากันอีกต่อไปโดยเด็ดขาด

โดยเงินจำนวน 3.1 ล้านบาท จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ให้สามีและ ลูก 2 คน (เพราะคนโตเรียนจบมีครอบครัวแล้ว ได้เงินไปแล้ว 2 แสนไปแล้ว) คนที่จะได้รับใหม่ คือ ลูกคนเล็กอายุ 11 ปี 1 ล้านบาท ลูกคนกลาง 500,000 บาท และให้สามี 1 ล้าน 6 บาท รวมเป็น 3.1 ล้านบาท พร้อมกันนี้ได้ขอทวงคืนทองรูปพรรณ สร้อยคอ แหวน หนัก 2 บาท ที่ตนซื้อให้สามีเก็บไว้ด้วย

โดยในวันนี้ ยังไม่มีการถอนแจ้งความ จนกว่าจะดำเนินการตามข้อตกลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงจะให้ฝ่ายผู้ชายมาถอนการแจ้งความภายหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาจากฝ่ายหญิงที่อาจจะหายไปอีก ในขณะเดียวกัน การมอบเงินให้ลูกสาวตกลงกันภายในข้อกำหนดว่า จะให้เบิกเงินมาใช้ได้เมื่อลูกสาวอายุ ถึง 20 ปีบริบูรณ์ ส่วนลูกชายที่เรียน ม.6 ก็กำหนดว่า ให้สามารถเบิกเงินจำนวนที่แม่มอบไว้ให้ได้ เมื่ออายุถึง 25 ปีแล้วเท่านั้น

ทางด้าน นายมะนิช ปราณี อายุ 49 ปี ผู้เป็นสามี ก็ยินยอมตามนั้น และบอกว่าพอใจ ที่ได้เงินกลับมาให้ลูกเรียนหนังสือ และเงินส่วนที่ตนเองได้ก็จะเอาไปลงทุนส่วนตัว ซึ่งยอมรับเงื่อนไขที่ให้ออกจากบ้าน เพื่อให้ลูกอยู่กับแม่ที่บ้าน เพื่อความสบายใจ ส่วนตนเองก็จะออกจากบ้าน ลงไปหางานทำที่ กทม.เพื่อหาอาชีพเลี้ยงตนเอง และยืนยันว่าทุกอย่างทำด้วยความรักเมีย รักครอบครัว ส่วนการจะมีการคืนดีกันหรือไม่นั้น ขอให้เป็นเรื่องของอนาคต หากเมียอภัยให้ ก็จะขอกลับมา

ทางด้าน นางอังคนารัตน์ ซึ่งเป็นเมียที่อยู่กินมากันมา 26 ปี กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวการแจ้งความจับ ก็เลยกลับมาเคลียร์ปัญหาเรื่องเงิน และยืนยันว่าไม่ได้ไปกับผู้ชาย คนที่มาที่บ้าน และแค่รู้จักกัน แต่ไปคนเดียวโดยไม่มีใครไปด้วย และไม่มีเรื่องชู้สาว

แต่ไม่พอใจที่สามีชอบดุด่า และก็โดนลูกชายหาเรื่องใส่ จึงหนีไปทำใจ และตั้งใจจะหนีไปเข้าวัดไปเรื่อย เพื่อเอาเงินที่ถูกรางวัลไปทำบุญ และจะเข้าวัดไปนุ่งขาว ห่มขาว สะเดาะห์เคราะห์ แต่ถูกใส่ร้าย เพราะโดนแจ้งจับจึงจำต้องกลับมาเคลียร์ปัญหา และคำครหา ยืนยันว่าไม่มีเรื่องชู้สาวมาเกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม หลังจากการบันทึกลงนามข้อตกลงคืนเงินกันแล้ว ทั้งคู่ยังจับมือกันว่า ยังคงคบกันเป็นเพื่อนได้ โดยไม่ได้โกรธแค้นทะเลาะกัน ส่วนการที่อาจจะกลับมาคืนดีกันใหม่หรือไม่นั้น ของให้เป็นเรื่องอนาคต ที่ขอดูกันไปก่อน เพราะอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่แน่ว่าอะไรก็เป็นไปได้

ในขณะที่ พ.ต.ท.สมศักดิ์ เกตุพิบูลย์ สารวัตรสอบสวน สภ.ธวัชบุรี ร้อยเอ็ด ที่ได้ทำการบันทึกปากคำ จากนายมะนิช ปราณี อายุ 49 ปี และนางอังคนารัตน์ กลั่นมณี อายุ 45 ปี ต่อหน้าพี่ชายของนางอังคณารัตน์ ที่เป็นพยานกล่าวว่า ดีใจที่เรื่องจบลงด้วยดี แต่ยังจะไม่มีการถอนแจ้งความจากที่นายมะนิช แจ้งไว้ จนกว่า จะมีการเปิดปัญชี โนเงินทั้งหมดตามที่ตกลงกันแล้ว จึงจะมีการบันทึกถอนแจ้งความในภายหลัง เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา ที่อาจจะไม่ทำตามสัญญา ซึ่งหากทุกอย่างเรียบร้อยก็จะให้บันทึกถอนแจ้งความต่อไป

แต่สิ่งที่น่าสังเกต คือการที่นางอังคณารัตน์ อ้างว่าเงินยังเหลือ 3.1 ล้านบาท นั้น ปรากฏว่าไม่ได้นำสมุดบัญชีมาแสดงให้เห็นยอดเงินดังกล่าวด้วย โดยอ้างว่าซ่อนไว้ และไม่ได้นำมาด้วย ซึ่งยังไม่ทราบว่า การกล่าวอ้างว่าเหลือเงิน 3.1 ล้านบาท ในบัญชี นั้นมีจริงหรือไม่ ซึ่งคงต้องรอวันที่ทุกคนเปิดบัญชีใหม่ แล้วดูว่ามีเงินที่จะโอนให้ตามสัญญาหรือไม่ต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://ch3plus.com/news/social/morning/321243
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2565
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus : https://ch3plus.com/news/programs/morning
facebook : https://www.facebook.com/MorningNewsTV3
Twitter : https://twitter.com/MorningNewsTV3
YouTube : https://cutt.ly/MorningnewsTV3

#3PlusNews #Ch3Plus #ข่าวช่อง3

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *