ทนายษิทรา เผย ดารารุ่นใหญ่ ตบหน้า ดาราน้องใหม่ กลางห้างเกาหลี ฉุน ชวนไปกินปู แต่ ถูกปฏิเสธ เพื่อนดารา แฉอีก เคยไม่พอใจ คนขับรถตัวเองก็ตบแบบดารารรุ่นน้อง ด้าน ม้า อรนภา แจงผ่านรายการดัง มนายตั้มพูดเกินจริง อย่าใช้คำว่าตบ ยันปรับความเข้าใจกันแล้ว

เป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที เมื่อนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟสบุ๊ก ระบุว่า นักแสดงรุ่นใหญ่ลายคราม รับจ็อบพาลูกค้าซึ่งเป็นนักแสดงน้องใหม่ ไปเสริมหล่อที่เกาหลี ปรากฏว่าไม่พอใจที่ชวนไปกินปูแล้วน้องดาราไม่ไป จึงตบหน้าฉาดใหญ่กลางห้างดัง

กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่ในโซเชียล ขณะที่ชาวเน็ตพยายาม หาชื่ออักษรย่อ อดีตดารุ่นใหญ่คนก่อเหตุ และดาราร้องใหม่ที่ถูกกกระทำ

วานนี้ ทนายตั้ม นัดสื่อมวลชนให้สัมภาษณ์ ประเด็นนี้ว่า เรื่องราวดังกล่าวว่า ได้มีน้องดารานักแสดงรุ่นใหม่ อายุ 20 ต้นๆ ได้ทักมาปรึกษาในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า มีดารานักแสดงรุ่นใหญ่ทำร้ายร่างกาย สามารถดำเนินคดีที่เกาหลีหรือไทยได้หรือไม่

ตนจึงได้สอบถามรายละเอียดจนทราบว่า ดารารุ่นน้องคนดังกล่าวได้รู้จักกับดารารุ่นใหญ่ที่รับจ็อบพาคนไปศัลยกรรมที่เกาหลี ซึ่งผู้จัดการของดารารุ่นน้องรู้จักและสนิทกันกับดารานักแสดงรุ่นใหญ่ จึงไปด้วยกันหลายวัน

ในวันเกิดเหตุทั้งหมดได้ไปเดินซื้อของกันที่ห้างสรรพสินค้าก่อนจะกลับที่พัก จู่ๆ ทางดารารุ่นใหญ่ได้บอกว่า อยากกินปู ช่วงนี้ ทนายตั้มหลุดว่า “กินห่อหมก” ดารารุ่นใหญ่ ชวนดาราน้องใหม่ไปกิน แต่น้องไม่ไป จะกลับที่พักไปรอดูหนังที่ตนเองร่วมแสดง กำลังออกอากาศอยู่จึงไม่สะดวกไปด้วย

ทำให้ดารารุ่นใหญ่ฟิลขาด ตอนแรกตบที่แขนก่อน 2 ครั้ง ต่อมาตบที่ใบหน้าอย่างแรง ตอนนั้นดารารุ่นน้องคนนี้ ไม่ตอบโต้อะไร เพราะความเกรงใจ ก่อนจะส่งข้อความไปบอกพ่อแม่ และพ่อแม่บอกว่าไม่ต้องเกรงใจแล้วถ้าทำกันแบบนี้ ดำเนินการอะไรได้ก็ดำเนินการเลย หลังจากนั้นดารารุ่นน้องจึงได้มาปรึกษาตนเอง

ตนจึงได้แจ้งให้ไปแจ้งความที่เกาหลี และตำรวจเกาหลี ก็ลงพื้นที่เก็บหลักฐานทุกอย่างไว้ เพราะแม้คดีจะเกิดนอกราชอาณาจักรแต่ก็สามารถดำเนินคดีในไทยได้ เพราะเป็นคดีทำร้ายร่างกาย ซึ่งเรื่องนี้ทางอัยการสูงสุดก็จะมีหน้าที่รับผิดชอบในการฟ้องคดีต่อไป

ทั้งนี้ ทนายตั้ม กล่าวว่า พ่อแม่ของดารารุ่นน้องที่ถูกทำร้ายไม่พอใจอย่างมาก เพราะที่บ้านไม่เคยทำแบบนี้กับลูก และดารารุ่นใหญ่คนนี้ก็ไม่ได้สนิท และการเดินทางไปทำศัลยกรรมก็เสียจ่ายเงินเอง 2 แสนบาท ซึ่งมีดารารุ่นใหญ่เป็นคนดูแล และยังได้เปอร์เซ็นจากที่พาน้องไปทำศัลยกรรมด้วย

ทนายตั้ม เล่าว่า หลังจากโพสต์ข้อความทราบว่าดารารุ่นใหญ่คนดังกล่าวได้โทรศัพท์ไปหาผู้จัดการของดารารุ่นน้อง เพราะดารารุ่นน้องได้บล็อคเบอร์และไลน์หมดไม่ติดต่อด้วย มีการย้ายโรงแรมและเปลี่ยนเที่ยวบินเพราะไม่อยากเจอดารารุ่นใหญ่อีกแล้ว

จากน้้นดารารุ่นใหญ่ได้บอกผู้จัดการของดารารุ่นน้องว่า “ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่”

สำหรับเหตุการณ์นี้ ทนายตั้ม ยืนยันว่า ดารารุ่นน้อง ไม่ได้มีการทะเลาะกันมาก่อน ไม่มีเรื่องบาดหมางใดๆ อีกทั้งการเดินทางมาทำศัลยกรรม ดารารุ่นน้องเป็นลูกค้า แต่กลับต้องมาดูแล ดารารุ่นใหญ่ ต้องมาเอาใจ พร้อมยืนยันว่า การชวนไปกินปู คือ การกินปู จริงๆ ไม่ได้มีอะไรกันลึกซึ้ง หลังเกิดเรื่องสภาพจิตใจของดารารุ่นน้อง ย่ำแย่เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้

ทั้งนี้ ดารารุ่นน้องซึ่งเป็นผู้เสียหายเตรียมเดินทางกลับมาที่ไทยและเปิดแถลงข่าวถึงรายละเอียดดังกล่าวประมาณ 4-5 วันนี้ เบื้องต้นวันเกิดเหตุ มีคนเห็นเหตุการณ์จำนวนมาก ดารารุ่นน้องรู้สึกอายมาก ส่วนทางคดีหลังแจ้งความตำรวจเกาหลีได้เข้ามาเก็บหลักฐานและสอบปากคำพนักงานของห้างแล้วเพราะเกาหลีเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่มีการทำร้ายร่างกายกัน ถ้าทางเกาหลีดำเนินคดีแล้วก็ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่หากยังไม่ได้ดำเนินการ มาถึงไทยก็จะแจ้งความดำเนินคดี กับดารารุ่นใหญ่คนนี้

ขณะที่ต่อมาเมื่อเวลา 19.45 น. วานนี้ (25 พ.ย.) รายการทุบโต๊ะข่าว ช่องอมรินทร์ทีวี ได้รายงานว่า ได้มีการโทรศัพท์สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ ม้า อรนภา กฤษฎี อดีตพิธีกรชื่อดัง โดยได้ชี้แจงว่า ที่ทนายดังเขียนเกินไป อย่าใช้คำว่าตบ ดิฉันไม่มีอะไรจะพูด และไม่ใช่นักแสดงรุ่นใหญ่ ไม่ใช่คนดัง และมีชื่อเสียงอะไร ทั้งหมดไม่ได้ใหญ่โตตามที่วิพากษ์วิจารณ์ เรื่องดังกล่าวได้มีการปรับความเข้าใจไปจนจบแล้ว ไม่ได้มีอะไร คุยกันธรรมดา โดยในวันที่ 29 พ.ย.กลับมาจะมาชี้แจง

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 18.30 น. นายษิทรา หรือทนายตั้ม ยังโพสต์เฟซบุ๊กระบุอีกว่า นี่คือความรู้สึกของลูกความผมครับ “สติผมกระเจิงมากครับพี่ตั้ม ขาสั่น ใจสั่น ไม่เคยโดนอะไรแบบนี้มาก่อน ต้องเปลี่ยนโรงแรมหนี เพราะนอนห้องติดกัน ผมไม่ได้กลัวเค้า แต่ผมไม่อยากเจอ ขอปล่อยเป็นหน้าที่ของพี่จัดการแล้วกัน ผมก็ไม่คิดว่าข่าวจะไปขนาดนี้ แต่ผมต้องปกป้องศักดิ์ศรีตัวเองครับ ไม่ควรปล่อยผ่านการทำร้ายกัน จนตอนนี้เขายังไม่รู้สึกผิดอะไรเลย และไปพูดกับคนอื่นเหมือนผมโกหก”

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://ch3plus.com/news/entertainment/weekend/322074
————————-
#เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ (Morning News Weekend)
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2565
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus : https://ch3plus.com/news/programs/morning
facebook : https://www.facebook.com/MorningNewsTV3
Twitter : https://twitter.com/MorningNewsTV3
YouTube : https://cutt.ly/MorningnewsTV3

#3PlusNews #Ch3Plus #ข่าวช่อง3

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *