เมื่อเวลา 12.50 น. วานนี้ (22 พ.ย.) เกิดเหตุระเบิดขึ้นภายในบริเวณแฟลตข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองนราธิวาส ถ.สุริยะประดิษฐ์ เทศบาลเมืองนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส

โดย พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ ภายในบริเวณลานจอดรถหน้าอาคารแฟลตตำรวจ จึงนำกำลังตำรวจ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถภุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้รถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถ

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบกลุ่มควัน และไฟกำลังลุกไหม้รถยนต์ที่จอดอยู่ด้านในสุดของแฟลตตำรวจ โดยรถคันดังกล่าวคาดว่า น่าจะเป็นรถเป้าหมายที่ถูกกลุ่มคนร้าย แอบนำระเบิดมาซุกซ่อนเอาไว้ พร้อมกับตั้งเวลาในการจุดชนวนระเบิด

ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจในบริเวณใกล้เคียง รวมทั้งตำรวจชุดเฉพาะกิจจังหวัดนราธิวาส ได้ปิดกั้นพื้นที่โดยรอบทันที เพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน หรืออาจถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดี ลงมือก่อเหตุซ้ำอีก พร้อมประสานไปยังหน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองนราธิวาส 10 คัน ทำการฉีดน้ำดับไฟด้านนอกและด้านในแฟลตตำรวจ

จากนั้นเวลา 13.40 น.มีรายงานข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ตรวจพบระเบิดเพิ่มเติ่มอีก 2 ลูก

1. หน้า รร.อนุบาลนราธิวาส 1 ลูก

2. วัตถุต้องสงสัยบริเวณตลาดบางนาก

ให้หน่วยเพิ่มความระมัดระวัง และหมั่นสังเกตุสิ่งผิดปกติด้วย ซึ่งต่อมาตำรวจเข้าไปตรวจสอบแล้วไม่พบระเบิด

ต่อมาหลังจากเพลิงสงบลงเจ้าหน้าที่ชุด อี.โอ.ดี. และผู้ที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบอาคารแฟลต 2 ชั้น หลังเก่าด้านขวามือที่มีการต่อเติมเป็นเพิงหน้าบ้านพัก เพื่อเจ้าหน้าที่ใช้จอดรถ ถูกอนุภาพของระเบิดได้รับความเสียหาย 8 หลัง จากจำนวน 10 หลัง และอนุภาพของระเบิดยังส่งผลให้หลังคากระเบื้องชั้น 2 ได้รับความเสียหายไปด้วย โดยมีรถยนต์และรถ จยย.ของเจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหายอีกจำนวนหลายคัน

จากการตรวจสอบรถยนต์กระบะ 4 ประตูยี่ห้ออีซูซุ สีดำไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ที่คนร้ายได้ลอบนำระเบิดมาซุกไว้ภายในรถ จอดอยู่ที่บริเวณกึ่งกลางลานถนนภายในแฟลต ที่ด้านซ้ายมือเป็นแฟลต 4 ชั้น ด้านขวามือเป็นแฟลตหลังเก่า 2 ชั้น และด้านหน้าเป็นแฟลต 4 ชั้น ที่ปลูกสร้างเป็นลักษณะรูปตัวยู ถูกอนุภาพของระเบิดเหลือเพียงตัวถัง ใส่ส่วนของชิ้นส่วนรถยนต์ได้กระเด็นไปตกที่ต่างๆ ทั้งบริเวณเรือนจำ ภายในโรงเรียนนราสิขาลัย ปั๊มจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง บนถนนและบนสะพานลอย ซึ่งเป็นรัศมีกว่า 200 เมตร โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของถังแก๊สหุ้งต้ม เหล็กเส้นตัดสั้น ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุ้งต้ม หนัก 50 กก. ที่ทำงานสมบูรณ์ ยังไม่พบการจุดชนวนด้วยวิธีใด

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณแฟลตตำรวจคนร้ายใส่เสื้อคอปกสีเทา ใส่กางเกงขายาวสีดำ หรือสีกรม ใส่เข็มขัดสนามพกอาวุธสั้นที่เอว ใส่ถุงมือสีดำ ตัดผมรองทรง นำรถกระบะดีแม็ก สีดำ 4 ประตู สวมป้ายทะเบียนปลอม และนำระเบิดมาซุกไว้ใต้รถ ก่อนนำมาจอดที่แฟลต แล้วเดินออกมา ก่อนจุดชนวนสังหาร หลังจากนั้น มีชายอีกคนขับรถ จยย.รุ่นเวฟสีแดง ใส่เสื้อลายสก๊อต กางเกงสีน้ำเงินใส่หมวกกันน็อค จอดรถ จยย.ติดเครื่องยนต์มารถรับหน้าแฟลตแล้วขี่รถหลบหนีไป

เหตุการณ์คาร์บอมบ์ครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต 1 นาย ทราบชื่อ ร.ต.อ.สุทธิรักษ์ พันธนิยะ อายุ 52 ปี รอง สวป.สภ.เมืองนราธิวาส และมีผู้บาดเจ็บ 36 คน เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย ได้เร่งลำเลียงผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภรรยาลูกๆ และญาติ ส่งรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งส่วนใหญ่มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย

สำหรับพื้นที่จุดเกิดเหตุ นอกจากจะเป็นที่พักแฟลตข้าราชการตำรวจแล้ว ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร ด้านหลังแฟลตตำรวจ คือ โรงเรียนอนุบาลนราธิวาส และด้านข้างเป็นที่ตั้งจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส สนามกีฬากลางจังหวัดนราธิวาส ที่ว่าการอำเภอเมืองนราธิวาส เรือนจำจังหวัดนราธิวาส สถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส และฝั่งตรงข้ามเป็นโรงเรียนมัธยมนราธิวาสสิกขาลัย

ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งแชร์ภาพไว้อาลัย ระบุข้อความว่า RIP ร.ต.อ.สุทธิรักษ์ พันธนิยะ

ขอให้ผู้กองไปสู่สุขคติ ภพภูมิที่ดีทำหน้าที่รับใช้ประชาชนมานานแล้ว พักผ่อนให้สบายนะครับขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวด้วยครับ (ภาพทำงานวันก่อนเกิดเหตุ ตอนเกิดเหตุก็กำลังออกมาเข้าเวร)

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://ch3plus.com/news/crime/morning/321528
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)
วันที่ 23 พฤศจิกายน 2565
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus : https://ch3plus.com/news/programs/morning
facebook : https://www.facebook.com/MorningNewsTV3
Twitter : https://twitter.com/MorningNewsTV3
YouTube : https://cutt.ly/MorningnewsTV3

#3PlusNews #Ch3Plus #ข่าวช่อง3

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *